เทรนด์ปี59อสังหาฯสีเขียว/สูงวัยแรง ผู้ประกอบการปรับตัวดึงลูกค้า

Print
PDF

เอสซีจี ได้ร่วมกับผู้ชำนาญการด้านผู้สูงอายุ พัฒนานวัตกรรมที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงวัย "SCG Eldercare Solution" ตอบสนองผู้สูงอายุและคนในครอบครัว ตั้งแต่การออกแบบ การติดตั้งผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม เพื่อรองรับความเสื่อมถอยของร่างกาย ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน เช่น ทางเดินที่กว้างเพียงพอสำหรับรถเข็น พื้นลาดหรือพื้นที่ไม่ต่างระดับ สุขภัณฑ์และอ่างล้างหน้าที่มีระยะความสูงเหมาะสม รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน อาทิ ระบบไฟส่องสว่างอัตโนมัติ (Automatic Night Light) ระบบพื้นลดแรงกระแทก (Shock Absorption Floor) และระบบพื้นไร้ระดับ (Stepless Floor) ที่จะช่วยตอบโจทย์การอยู่อาศัยในทุกห้องของบ้านให้มีความปลอดภัย

จากสภาพแวดล้อมในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภควันนี้ มิใช่จะคำนึงถึงแต่ทำเลเป็นที่ตั้งอย่างเดียว ซึ่งเทรนด์ที่อยู่อาศัยที่กำลังเป็นที่นิยมและได้รับความสนใจจากผู้บริโภคในปัจจุบันและคาดว่าจะทวีความน่าสนใจมากขึ้นในอนาคตประกอบด้วย

นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต ประธานเจ้าหน้าที่ กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF เเผยถึงเทรนด์อสังหาฯ ปี 2559 ว่า ที่อยู่อาศัยจะอยู่ในรูปแบบของบ้านประหยัดพลังงานเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเรื่องภาวะโลกร้อนเพิ่มมากขึ้น ด้วยการลดใช้พลังงานไฟฟ้าและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในส่วนของบริษัทได้มีการร่วมมือกับกลุ่มเอสซีจีในการนำนวัตกรรม อีโคคูล มาติดตั้งในบ้าน เพื่อทำให้บ้านเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย

"เบื้องต้นนำระบบดังกล่าวติดตั้งในโครงการระดับบนแบรนด์ เพอร์เฟค มาสเตอร์ พีซ ระดับราคามากกว่า 12 ล้านบาท ขนาดพื้นที่ใช้สอยมากกว่า 300 ตร.ม.และโครงการเพอร์เฟค เพลส รังสิต ระดับราคา 7-8 ล้านบาทขนาดพื้นที่ใช้สอยมากกว่า 180 ตร.ม.เนื่องจากการติดตั้งระบบดังกล่าวจะส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 2 แสนบาทต่อหน่วย ทำให้ต้องปรับราคาขายเพิ่มขึ้นไปด้วย หากนำไปติดตั้งในสินค้าระดับกลาง-ล่าง อาจส่งผลต่อการผ่อนส่งค่างวดของผู้บริโภค ซึ่งการติดตั้งระบบนี้จะช่วยลดค่าแอร์ได้ถึง 25% ทั้งนี้ ในปี 2559 จึงมีแผนที่จะนำระบบดังกล่าวติดตั้งในโครงการระดับกลางแบรนด์ เพอร์เฟค เพลส ระดับราคา 6-7 ล้านบาท"

นอกจากข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดว่าประชากรสูงวัยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าจาก 4.02 ล้านคนในปี 2533 เป็น 17.74 ล้านคนในปี 2573 เมื่อคิดเป็นสัดส่วนจะเพิ่มจาก 7.36% เป็น 25.12% และสังคมผู้สูงอายุ ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี 2567 ส่งผลให้ภาคส่วนต่างๆ หันมาให้ความสนใจกับผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มผู้ประกอบการด้านวัสดุ ตกแต่ง ตลอดจนเฟอร์นิเจอร์ ก็ยอมรับว่า ให้ความสนใจผลิตสินค้าเพื่อรองรับกลุ่มตลาดที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุด้วยเช่นเดียวกัน

 

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,120 วันที่ 7 - 9 มกราคม พ.ศ. 2559