เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

Print
PDF

นายสมคิด สมศรี อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ เปิดเผยถึงกรณีการแชร์ข้อมูลทางสังคมโซเชียลมีเดีย (ไลน์) ว่าจะมีการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 1,200 - 1,500 บาท โดยให้นำบัตรประชาชนไปลงทะเบียนและบางส่วนระบุว่าได้รับเงินมาแล้วนั้น ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยจะเป็นการเพิ่มให้เป็นสวัสดิการเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย โดยใช้ฐานข้อมูลจากทะเบียนผู้มีรายได้น้อยของกระทรวงการคลัง ซึ่งจะจ่ายให้เฉลี่ยรายละประมาณ 100 – 200 บาทต่อเดือน

 

อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแหล่งที่มาของเงินจะมาจากภาษีสรรพสามิต โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลังจะแก้ไขพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 เพื่อเพิ่มอำนาจกองทุนผู้สูงอายุในการบริหารจัดการเงินบำรุงจากภาษีดังกล่าว นอกจากนี้ จะมีการรณรงค์ให้ผู้สูงอายุที่มีฐานะดี บริจาคหรือสละสิทธิ์เงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยจะมอบเหรียญกษาปณ์ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติให้กับผู้สูงอายุที่สละสิทธิ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เป็นสิทธิที่ผู้สูงอายุทุกคนได้รับ โดยคุณสมบัติของผู้สูงอายุที่ได้รับ คือ มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ปัจจุบัน เป็นการให้เงินช่วยเหลือแบบขั้นบันได ตามระดับอายุ คือ อายุ 60 – 69 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพ 600 บาท อายุ 70 – 79 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพ 700 บาท อายุ 80 – 89 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพ 800 บาท และอายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับเบี้ยยังชีพ 1,000 บาท

 

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : วีระเดช คชเสนีย์

ผู้เรียบเรียง : วีระเดช คชเสนีย์

แหล่งที่มา : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์