จะมีบุญแค่ไหน ถ้าวันที่เราอายุ 80 แล้วบุพการียังคงอยู่เคียงข้าง

Print
PDF

 

TCCเคยมีใครบ้างที่จะตั้งคำถามกับตัวเองว่า พ่อแม่ จะอยู่กับเราไปอีกนานแค่ไหน เราจะมีอายุถึงเท่าไหร่ สิ่งเหล่านี้ เป็นคำถามที่ไม่สามารถหาคำตอบได้ล่วงหน้า สังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยงตามคำสอนของพระพุทธศาสนา ทุกสิ่งในโลกล้วนอนิจจัง เกิดแก่เจ็บตาย สังสารวัฏที่ทุกคนต้องพบเจอ

 

พ่อแม่ คือบุคคลอันประเสริฐที่ทำให้เรามีชีวิต เป็นตัวเป็นตนอยู่ได้ บางคนก็มีชีวิตอยู่จนได้ตอบแทนพระคุณท่าน บางคนก็ล่วงลับไปก่อนที่จะได้ตอบแทนพระคุณ พ่อแม่ต้องมาเผาศพลูกก่อนนั้น เป็นสิ่งที่มีให้เห็นเป็นเรื่องปกติ จากวันเป็นเดือน เลื่อนไปเป็นปี อายุก็มีแต่เดินต่อไปข้างหน้า พร้อมกับสังขารที่ร่วงโรย ถึงเวลานั้นหากพ่อแม่ ยังคงมีชีวิตอยู่ บรรดาลูกๆ ทั้งหลายก็พึงที่จะต้องเลี้ยงดูท่านให้สมกับที่ท่านเลี้ยงดูเรา

เรื่องราวของคนอายุยืนนั้นมีปรากฏให้เห็นในข่าวอยู่ทั่วไป ว่าบุคคลท่านั้นอายุร้อยกว่าปีบ้าง บุคคลท่านนี้อายุเก้าสิบกว่าปีบ้าง แต่จะมีใครบ้างที่จะนึกย้อนขึ้นไปว่า แล้วลูกของท่านที่อายุมากๆ เหล่านั้น ยังคงอยู่ดูแลท่านอยู่หรือไม่? แล้วจะมีอายุเท่าไหร่?

 

คนร้อยปีนั้นถ้าหากมีลูก ลูกก็จะมีอายุอยู่ระหว่าง หกสิบถึงเเปดสิบปี แต่ถ้าเลยแปดสิบปีไปแล้ว บางทีก็เป็นเรื่องยากที่จะยังคงมีบุพการีอยู่ให้เห็น แต่ในความเป็นจริงก็มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมากมาย เพียงแต่เราไม่มีข้อมูลหรือไม่ได้ใส่ใจที่จะรับรู้ก็เท่านั้น ผู้เขียนได้พบเห็นเรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลที่อายุเจ็ดสิบขึ้นไปจนถึงแปดสิบ ที่ยังคงมีบุพการีอยู่เคียงข้างหลายครอบครัว เช่น ครอบครัวของผู้เขียน ขณะคุณทวดของผู้เขียนถึงแก่กรรม เมื่ออายุ 92 ปี บุตรชายคนโตมีอายุ 70 ปี หรือ ณ ปัจจุบันนี้ คุณย่าของผู้เขียนเอง ท่านอายุ 95 ปีเต็ม บุตรสาวของท่านก็มีอายุถึง 74 ปี แล้วเช่นกัน ผู้เขียนรู้สึกดีใจแทนท่านเหล่านี้ ที่ยังคงมีบุพการีอยู่เคียงข้าง

 

ในโอกาสนี้ ผู้เขียนขอกล่าวถึงครอบครัวของบุคคลที่มีชื่อเสียงของเมืองไทยที่มีบุพการีอายุยืน และลูกๆ ก็อายุยืนด้วยเช่นกัน ได้แก่

 

ท่านผู้หญิงโพยม(ณ นคร)เสนีณรงค์ฤทธิ์(สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) ที่เพิ่งถึงแก่อนิจกรรมไปเมื่อพฤษภาคม 2552 สิริอายุ 102 ปี ซึ่งบุตรสาวคนโตของท่าน ก็คือ พลเอกหญิง ท่านผู้หญิงอภิรดี ยิ่งเจริญ คุณข้าหลวงชั้นผู้ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีอายุมากถึง 83 ปี ถ้าหากใครได้เห็นภาพในวันที่สมเด็จพระเทพฯเสด็จฯในการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพท่านผู้หญิงโพยม ก็จะเห็นท่านผู้หญิงอภิรดี ยืนรอรับเสด็จด้วย ผู้เขียนเชื่ออย่างยิ่งว่าคงมีน้อยคนนักที่ดูข่าวแล้วจะทราบว่า สตรีสูงวัยที่ยืนรอรับเสด็จฯนั้นคือบุตรสาวของผู้วายชนม์นั่นเอง

TCC

ภาพท่านผู้หญิงอภิรดี วัย 83 ปี และ ท่านผู้หญิงโพยม มารดาวัย 102 ปี


ครอบครัวของ คุณหญิงหลุยส์(สมบัติศิริ)มไหสวรรย์ ภริยาของพระยามไหสวรรย์ ซึ่งถึงแก่กรรมเมื่ออายุ 105 ปี ในปี 2548 ขณะนั้นบุตรสาวคนโตของท่าน คือ คุณกทลี สมบัติศิริ ก็มีอายุมากถึง 85 ปี แล้วเช่นกัน

 

อีกหนึ่งครอบครัวที่มีบทบาทสำคัญต่อประเทศไทย ก็คือ ครอบครัวของ ท่านผู้หญิงจงกล กิตติขจร ภริยาของ จอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งปัจจุบัน ท่านผู้หญิงมีอายุ 95 ปีแล้ว ส่วนบุตรสาวคนโตของท่าน คือ คุณนงนาถ เพ็ญชาติ คุณย่าของ ดาราดัง หนูแหวน ปวริศา เพ็ญชาติ มีอายุมากถึง 79 ปีแล้วเช่นกัน

ครอบครัวท่านผู้หญิงจงกลและคุณนงนาถ ทางด้านซ้ายมือของท่านผู้หญิงบุตรสาวคนโต ในวันพระราชทาเพลิงศพ จอมพลถนอม กิตติขจร

 

แต่มีอีกหนึ่งครอบครัวที่ประทับใจผู้เขียน และจะลืมเสียไม่ได้ ก็คือ ครอบครัวของคุณทวดทรัพย์ สาระเกษตริน ซึ่งขณะท่านถึงแก่กรรมเมื่อปี 2550 นั้น ท่านมีอายุ 109 ปี โดยที่บุตรสาวของท่าน คือ คุณยายบุณยพรรณ สงวนวงศ์ มีอายุถึง 94 ปีแล้ว ผู้เขียนได้เล่าเรื่องนี้ให้หลายๆ คนฟัง ทุกคนร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า "โอ้โห เป็นไปได้เหรอ ไม่น่าเชื่อ" ไม่เพียงแค่นั้น บุตรสาวคนที่สองของท่าน ก็มีอายุมากถึง 92 ปี ตอนที่ คุณทวดทรัพย์ถึงแก่กรรม ส่วนลูกๆ ของท่านถัดลงไปก็ล้วนแต่ อายุเจ็ดสิบปลายๆ จนถึงแปดสิบกว่าทั้งสิ้น

ภาพคุณทวดทรัพย์ สาระเกษตริน(2441-2550)และคุณยายบุญยพรรณ สงวนวงศ์ บุตรสาวคนโต(2456-2552)

 

ผู้เขียนเกิดความปิติแทนครอบครัวนี้เป็นอย่างมาก เกิดคำถามมากมายขึ้นในใจ ว่า พวกท่านทำบุญมาด้วยอะไร ถึงมีบุพการีอยู่เคียงข้างจนอายุล่วงมาถึงแปดสิบ เก้าสิบปี

 

ภาพที่คนชราคนหนึ่งที่อายุมากๆ กราบลงบนตักของคนชราอีกคนหนึ่งที่อายุมากแล้วเช่นกันในฐานะแม่กับลูก เป็นภาพที่เกิดขึ้นและหาชมไม่ได้บ่อยนัก หรืออาจจะไม่เคยได้เจอเลยสำหรับใครบางคน ภาพนี้จะสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง

 

ผู้เขียนไม่สามารถจะตอบคำถามแทนบุคคลที่กล่าวถึงได้ว่า พวกท่านเหล่านั้นจะดีใจแค่ไหน ที่ยังคงมีบุพการีอยู่ในขณะที่ท่านก็อายุมากเเล้วเช่นกัน แต่ผู้เขียนเชื่อว่า พวกท่านเหล่านั้น "มีบุญ"เป็นอย่างมากจริงๆ..............

โดย ฤทธิชัย สุทธิเสริม (ศูนย์ศตวรรษิกชน) พฤษภาคม 2553